ตายน้ำตื้น! โจ้ถูกลูกน้องหักหลังคลิปหลุดมาจากจุดซ่อนกล้องโดนเอาคืนกู้ภาพอุ้มศพเหยื่อส่งรพ. (คลิป)

กรณี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ถูกร้องเรียนว่าเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่เป็นเงินจำนวน 2 ล้านบาท แต่ผู้ต้องหายาเสพติดไม่ยินยอม เพราะจ่ายได้แค่ 1 ล้านเท่านั้น จึงถูกผู้กำกับโจ้ ใช้ดำคลุมศีรษะจนเป็นเหตุให้ขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต จนถูกออกหมายจับ และมีการจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 คนแล้วนั้น

331964ล่าสุดวันที่ 26 ส.ค.64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้รับข้อมูลจากนักเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งเป็นรุ่นน้องของ ผกก.โจ้ ว่าที่มาที่ไปของคลิปวงจรปิดที่ได้รับความสนใจอยู่ขณะนี้ มาจากสาเหตุดังต่อไปนี้ 1.ผกก.โจ้ ไม่รู้ว่ามีการซ่อนกล้องวงจรปิดอีก 1 ตัว ในห้อง 05 2.ลูกน้องในทีมไม่พอใจ ผกก.โจ้ ทำร้ายเหยื่อ จึงแจ้งเรื่องกับนายตำรวจรายหนึ่ง 3.นายตำรวจคนดังกล่าว นำข้อมูลภาพให้สื่อและทนายความ และ 4.นายตำรวจคนดังกล่าว พยายามไล่เก็บภาพวงจรปิดในจุดอื่น ๆ ตามถนนเส้นต่าง ๆ ในวันที่ 5 ส.ค.64 ตลอดเส้นทางจากโรงพักไปถึง รพ.พริ้นซ์ปากน้ำโพ

ด.ต.ชัยวัฒน์ เส้งนุ้ย หรือ จ่าชัยวัฒน์ อายุ 63 ปี อดีตตำรวจนักสืบคนดังแห่งเมืองตรัง เปิดเผยว่า ตนเริ่มบรรจุเป็นข้าราชการตั้งแต่อายุ 18 ปี ในปี พ.ศ.2519 หรือเมื่อ 30 กว่าปีที่ผ่านมา โดยสังกัดตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ก่อนจะย้ายสายมาสังกัด ตำรวจภูธรจ.ตรัง ที่ สภ.ปะเหลียน และได้ลาออกจากราชการเมื่อปี พ.ศ.2550 ยอมรับว่าแต่ก่อนมีการคลุมถุงดำจริง ตนพบเห็นรุ่นพี่กระทำอยู่บ่อยครั้ง แต่ในขณะอยู่ในสังกัด ตำรวจ ตชด. ไม่เหตุเคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะเกิดหรือมีขึ้นในปัจจุบัน แต่ในครั้งนี้เป็นเพราะโลกโซเซียลมีเดีย การสื่อสารกว้างไกลมากขึ้น เลยทำให้มีคลิปออกมา โดยการกระทำเช่นนี้กับผู้ต้องหา เป็นเพราะวิธีการพิจารณาความอาญาถูกแก้ไขช่วงหลัง ให้ตำรวจมีอำนาจมากขึ้น ในเรื่องของการสืบสวน

แต่สิ่งที่ต่างกันมากของตำรวจรุ่นหลัง คือ ค่านิยมและระเบียบ โดยตำรวจรุ่นเก่า ไม่เหมือนกับสมัยนี้ และในปัจจุบันระเบียบตำรวจเข้มงวดมากขึ้น มองหรืออ่านดูแลสวยงาม แต่เนื้อแท้ระเบียบยิ่งเข้มงวดมากเท่าไร มีอำนาจให้ตำรวจมากเท่าไร ถ้าไปอยู่ที่คนไม่ดี ก็จะหยิบฉวยความเข้มงวดตรงนั้นมาเป็นประโยชน์ส่วนตน ทำให้มีตำรวจเลวเกิดขึ้น ผิดจากเมื่อก่อนที่รุ่นน้องต้องฟังและเคารพรุ่นพี่

579679

หากตนอยู่ในเหตุการณ์นั้น ตนก็จะหลีกเลี่ยงเช่นเดียวกับผู้ที่ออกมาร้องเรียน และนำคลิปมาเผยแพร่ ตนมองว่าไม่ได้เป็นการพลั้งเผลอ ทุกคนรู้ระเบียบการพิจารณาความอาญา ตนอยากฝากบอกตำรวจรุ่นน้องว่า การเป็นตำรวจจะต้องตีความหมายของคำว่า “ตำรวจ” ให้ชัดโดยที่ไม่ต้องเปิดพจนานุกรม พ่อตนเคยเป็นอดีตตำรวจมือปราบแห่ง จ.พัทลุง จะเขียนไว้บนขั้นบันไดว่า

“อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ไม่มักมากในลาภผล” น้อง ๆ ตำรวจลืมหมด เพราะน้อง ๆ กำลังมีค่านิยมเหมือนเจ้านาย ขาดแรงจูงใจ ขาดค่านิยม ขาดวัฒนธรรมที่ดี และขาดผู้นำที่ดี ทำให้ความโลภเหล่านี้กลับมาทำร้ายเรา

121010นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการทุบโต๊ะข่าว อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 กล่าวว่า “ผมทราบเพียงเบื้องต้นว่า มีการส่งมอบตัว ผกก.โจ้ ให้กับรอง ผบ.ตร. แต่ส่งมาแบบไม่เป็นทางการ เป็นการส่งแบบลับ ๆ ล่อ ๆ ซึ่งผบ.ตร.จะเป็นผู้นำแถลงข่าว และนำตัวผกก.โจ้ มาแถลงข่าวร่วมด้วย เพราะที่ผมทราบเขาส่งตัวข้ามริมแม่น้ำเมย เหมือนส่งผัก ส่งปลา ส่งเสบียงให้กัน ผมก็ค่อนข้างแปลกใจอยู่เหมือนกัน”

ทั้งนี้ การจับกุมตัว ผกก.โจ้ เป็นการจับกุมได้ในช่วงกลางวัน หากจะส่งผู้ต้องหาข้ามแดนก็อาจจะต้องพิสูจน์ทราบว่าเป็นบุคคลเดียวกันที่ออกหมายจับหรือไม่ ดังนั้น ต้องรอการแถลงข่าวจาก ผบ.ตร. ว่าใครเป็นผู้จับกุม เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยหรือฝั่งเมียนมา และจับได้ที่ไหน หรืออาจจะตัดตอนว่า ผกก.โจ้ ถูกจับในเขตฝั่งไทย ไม่ได้ถูกจับในเขตประเทศเพื่อนบ้าน

928493

“ผมว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะใช่เรื่องการเลื่อยขาเก้าอี้ เพราะอดีตผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ คนเก่า ก็เพิ่งเกษียณไป ดังนั้นการที่ผกก.โจ้ ขึ้นตำแหน่ง ก็ไม่ได้ไปเบียดหรือแย่งตำแหน่งใคร เท่าที่ผมทราบข้อมูลต่าง ๆ ของผกก.โจ้ ก็ไม่ค่อยดีเท่าไร ผมว่าเขามีปัญหาเรื่องการปกครอง เพราะระบบโรงพักต้องถึงใจลูกน้อง ไม่ใช่สั่ง ๆ เพื่อส่งโทษแค่นั้น

ผมก็พยายามสอบถามข้อมูลจากหลาย ๆ ฝ่าย เขาจะเป็นคนสุดโต่ง ไฮเปอร์ ทำอะไรก็ต้องเอาให้สุด อาจจะไม่เหมาะกับระบบของโรงพัก และการทำงานตำแหน่งที่ผ่านมาของเขา ส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับหลักบริหารธุรกิจและมีผลประโยชน์” อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาล กล่าว

นายสันธนะ เผยอีกด้วยว่า ประเด็นเรื่องการใช้ถุงคุมศีรษะจนขาดอากาศหายใจนั้น ผกก.โจ้ อาจจะไม่ใช่ผู้ที่เคยปฏิบัติแบบนี้มาก่อน แต่ภาพที่ปรากฏขณะนี้ ตนคาดว่าเป็นการ show off เพื่อขยายผลในคดียาเสพติด ส่วนการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ตนไม่แน่ใจ เขาคงทำไปเพื่อต้องการข่มขู่ผู้ต้องหาหรือไม่ ฉะนั้นการที่ไม่มีประสบการณ์จึงทำให้เกิดความเสียหายถึงขั้นเสียชีวิต

นอกจากนี้ เหตุการณ์เฉพาะหน้าแบบนั้น ผู้ใต้บังคับบัญชาก็คงพูดไม่ได้แล้ว เพราะคำสั่งผู้บังคับบัญชาก็คือคำสั่งทางกฎหมาย แต่หากยึดหลักความจริงคุณหลบเลี่ยงเดินออกจากห้องได้ ก่อนที่นายสันธนะ จะกล่าวทิ้งท้ายว่า “ระหว่างความผิดทางวินัยกับความผิดอาญา คุณก็ต้องเลือกเอานะครับ”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *