เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ณ รัฐสภา นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมใจไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) คุ้มครองผู้บริโภค คนที่ 4 สภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกมธ.คุ้มครองผู้บริโภคนัดแรก โดยเปิดเผยถึงแนวทางการทำงานที่มุ่งแก้ปัญหาข้อร้องเรียนของประชาชน และเตรียมผลักดันประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการเพิ่มเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล
นายบุญรวี ระบุว่า ตนจะนำเสนอแนวคิดดังกล่าวต่อที่ประชุมกมธ.ในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ โดยมีข้อเสนอให้ปรับเพิ่มเงินรางวัลในหลายส่วน ได้แก่ รางวัลเลขท้าย 2 ตัว จากเดิม 2,000 บาท เป็น 5,000 บาท, รางวัลเลขท้าย 3 ตัว จากเดิม 4,000 บาท เป็น 10,000 บาท และที่สำคัญคือ รางวัลที่ 1 จากเดิม 6 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาท
“เรื่องนี้ถือว่าอยู่ในขอบข่ายการทำงานของกมธ.ฯ เนื่องจากเป็นข้อร้องเรียนจากประชาชนในฐานะผู้บริโภคที่ต้องการให้มีการเพิ่มเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล เพราะไม่ได้มีการปรับมานานกว่า 10 ปีแล้ว ในขณะที่แต่ละปีกองสลากฯ มีกำไรมหาศาล จึงสมควรที่จะทบทวนโครงสร้างเงินรางวัล เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค” นายบุญรวี กล่าว
แนะนำสำหรับคุณ
สส.พรรครวมใจไทย กล่าวต่อว่า หากที่ประชุมกมธ.ฯ ให้ความเห็นชอบ ตนจะเดินหน้าผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยจะเชิญผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายได้และผลกำไรในแต่ละปี เพื่อหาแนวทางในการจัดสรรกำไรส่วนหนึ่งมาเพิ่มเป็นเงินรางวัลแก่ประชาชน
นอกจากนี้ นายบุญรวี ยังเสนอให้นำกำไรอีกส่วนหนึ่งไปใช้เพื่อเพิ่มสวัสดิการสังคม เช่น การเพิ่มทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนยากจน หรือการเพิ่มค่าอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียน ซึ่งปัจจุบันได้รับเพียง 20 บาทต่อหัว โดยมองว่ากำไรเหล่านี้ถือเป็นภาษีบาปที่จำเป็นต้องถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และความยุติธรรมสูงสุดต่อประชาชน
“กองสลากฯ ไม่ควรเอาเปรียบประชาชน ที่ไม่ได้ปรับขึ้นเงินรางวัลมานานหลายปี เชื่อว่าเรื่องนี้จะถูกใจประชาชนผู้ที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชคจำนวนมากในประเทศไทย ผมขอยืนยันว่าการเพิ่มเงินรางวัลไม่ได้เป็นการมอมเมาประชาชน แต่เป็นการดำเนินงานทางการค้า และยังเป็นหนึ่งในแนวทางที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาหวยใต้ดินได้อีกด้วย” นายบุญรวี กล่าวย้ำ

